วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565 เวลา 09.00 น. นายกิติพล เวชกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจราชการที่ 5 กลุ่มจังหวัดภาคใต้อ่าวไทย ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แก่ทีมงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา โดยมี นายจรัญ อินทสระ พัฒนาการจังหวัดสงขลา ผู้อำนวยการกลุ่มงานทุกกลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ ตลอดจนเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ให้การต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงานฯ ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ มีประเด็นการตรวจติดตามงาน ดังนี้
1. การขับเคลื่อนงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. การพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
3. รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)
4. การดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ
5. การติดตามเงินทุนที่อยู่ระหว่างชำระคืนเงินยืมโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)
6. การบริหารจัดการหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
7. การบริหารงานตามมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย
ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563
8. การพัฒนาบริการดิจิทัลสำหรับประชาชนและส่งเสริมการใช้ประโยชน์แพลทฟอร์มบริการดิจิทัล “Click ชุมชน”

ในการนี้ นายกิติพล เวชกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ได้มีข้อเน้นย้ำ ดังนี้
1. การให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในองค์กร ฝึกเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนให้สามารถทำงานแทนกันได้ เพื่อไม่ให้การบริการข้อมูลติดขัด รวมทั้งสามารถสื่อสารสร้างความเข้าใจกระบวนการทำงานในแต่ละภารกิจงานพัฒนาชุมชน ทั้งระหว่างบุคลากรในสังกัดและประชาชนผู้เกี่ยวข้อง ให้สามารถขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนได้อย่างราบรื่น เกิดประโยชน์สูงสุด
2. การปฏิบัติตัว วางตนในการทำงาน ขอให้ปฏิบัติโดยยึดถือระเบียบ ดำเนินการด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงการระมัดระวังในการใช้ทรัพยากร/ทรัพย์สินของราชการให้คุ้มค่า ให้บริการกับประชาชนด้วยความจริงใจและเต็มใจ
3. การขับเคลื่อนงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยฯ ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ทั้งจำนวนครัวเรือนและศักยภาพของแต่ละครัวเรือน เน้นการทำงานเป็นทีม บันทึกข้อมูลในระบบแฟ้มบ้านพัฒนาคนไทยอย่างสม่ำเสมอ รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และบูรณาการในการแก้ไขปัญหาจากทุกภาคส่วนเป็นรายครัวเรือน
4. การพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล มุ่งเน้นการขยายผล ต่อยอดให้เกิดศูนย์เรียนรู้ ร่วมวางแผนการให้บริการ ทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าของแปลงอย่างสม่ำเสมอ สร้างเครือข่าย “โคก หนอง นา โมเดล” ในระดับอำเภอ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน
5. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยอดจำหน่ายหลักอยู่ในช่องทางออนไลน์ จึงเน้นย้ำให้ปรับปรุงข้อมูลใน OTOP TODAY ของจังหวัดให้เป็นปัจจุบัน ใส่ข้อมูลรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต ช่องทางการจำหน่ายให้ถูกต้องครบถ้วน
6. การดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ  ให้ค้นหากลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ที่ยังมีศักยภาพส่งต่อให้บริษัทประชารัฐฯ เข้าไปหนุนเสริม จับมือพาณิชย์จังหวัดเป็นภาคีการขับเคลื่อนในการพัฒนา
7. โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ต้องตรวจสอบข้อมูลระหว่างจังหวัดและอำเภอให้ถูกต้องตรงกัน แล้วนำมาแยกกลุ่มจัดระดับของปัญหาก่อนเข้าสู่เวทีในการแก้ไข ปัญหาเพื่อาวิธีการแก้ปัญหา สำคัญที่ข้อมูลต้องชัดเจน จึงเป็นหน้าที่สำคัญของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่ต้องรวบรวมข้อมูล/สาเหตุของปัญหา สู่การถอดบทเรียนเพื่อการใช้ประโยชน์ต่อไป
8. การพัฒนาบริการดิจิทัลสำหรับประชาชนและส่งเสริมการใช้ประโยชน์แพลทฟอร์มบริการดิจิทัล “Click ชุมชน” หน้าที่สำคัญของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน คือ การปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ เผยแพร่ สื่อสารสร้างการรับรู้อย่างทั่วถึง

(Visited 1 times, 1 visits today)