วันนี้ (วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563) นายชัยชาญ  สิทธิวิรัชธรรม (หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย) พร้อมด้วยนายสรสาสน์  สีเพ็ง (ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน) นายสุรวิทย์  นวลแก้ว (หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน) นายมนต์ชัย  มโนสมุทร (ผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ลงพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 1 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อตรวจราชการตามประเด็นตรวจราชการของกระทรวงมหาดไทย ประจำเดือนพฤศจิกายน 2563 เช่น การบริหารจัดการสถานที่กักกันตัวประเภท Local Quarantine (LQ) และ Alternative Local Quarantine (ALQ) ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด และเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข การดำเนินงานขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันกระทรวงมหาดไทย การตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) การป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย การตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) : โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”

09.00 น. เข้าพบและหารือข้อราชการเพื่อติดตามผลการปฏิบัติราชการตามประเด็นการตรวจราชการกับนายชำนาญวิทย์  เตรัตน์ (ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี) ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย นายอำเภอ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามงานตามประเด็นตรวจราชการประจำเดือนพฤศจิกายน รายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ณ ห้องประชุมขุนสวรรค์ พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี (หลังใหม่) โดยหัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจ้งแนวทางการตรวจราชการของกระทรวงมหาดไทย และแนวทางแผนการตรวจราชการที่สำคัญประจำปีงบประมาณ 2564 โดยได้เน้นย้ำนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิทย์  วงษ์สุวรรณ ที่มอบนโยบายให้กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เพื่อให้ทุกจังหวัดขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ

1. ให้ความสำคัญกับการป้องกันและเทิดทูนสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่อง
2. ขับเคลื่อนการปฏิบัติของจิตอาสาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
3. ขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับพื้นที่หลังสถานการณ์โควิท-19 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน”
4. สนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิท-19) อย่างต่อเนื่อง
5. ดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในระดับพื้นที่ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีการพัฒนาต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและต่อยอดสู่การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต
6. สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์ และแนวทางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่
7. บูรณาการหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชนและอาสาสมัคร เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยประเภทต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
8. ขับเคลื่อนบทบาทของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอให้เป็นกลไกสำคัญในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
9. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกำชับและติดตามการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
10. ให้ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงระดับพื้นที่ ในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ผลดำเนินงานสำคัญของรัฐบาลและส่วนราชการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข่าวปลอม

ในโอกาสนี้นายสรสาสน์  สีเพ็ง (ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน) ได้เน้นย้ำให้จังหวัดขับเคลื่อนงานกิจกรรม/โครงการของกรมการพัฒนาชุมชนสู่การปฏิบัติ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โครงการ “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ระยะที่ 2 สร้างวัฒนธรรมการปลูกพืชผักสวนครัวและนวัตกรรม และมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563

(Visited 1 times, 1 visits today)